ข้างหลังภาพ The Truman Show กับเรื่องราวที่แอบซ่อนอยู่หลังใบปิดของเทศกาลหนังเมืองคานส์ครั้งที่ 75

เป็นธรรมเนียมปฏิบัติในทุก ๆ ปีที่เทศกาลหนังเมืองคานส์จะปล่อยโปสเตอร์ประจำเทศกาลออกมาให้ยลโฉมกันก่อนที่เทศกาลจะเริ่มขึ้น ซึ่งแต่ละปีโปสเตอร์ของคานส์ก็มักจะล้อเรียงไปกับธีมหรือเหตุการณ์สำคัญที่เทศกาลต้องการจะเฉลิมฉลองหรือระลึกถึง โดยธีมหลักของโปสเตอร์ในปีนี้ซึ่งจะเฉลิมฉลองการครบรอบ 75 ปี ของเทศกาลภาพยนตร์ที่สำคัญที่สุดในโลก จะเป็นการคารวะผลงานเมื่อปี 1998 ของปีเตอร์ เวียร์ The Truman Show (1998) ที่ได้จิม แคร์รีย์ มารับบทบาทชายผู้ค้นพบว่าชีวิตของเขาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของรายการเลียลลิตี้โชว์ที่เปิดให้คนนับล้านจับจ้องเขาอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน ว่ากันตามข้อเท็จจริง ถึงแม้ The Truman Show จะไม่ได้มีประวัติศาสตร์อะไรกับคานส์โดยตรง หนังไม่ได้เปิดตัวหรือมาฉายที่เทศกาลแห่งนี้ แต่ตัวผู้กำกับปีเตอร์ เวียร์ นั้นไม่ได้เป็นคนแปลกหน้าสำหรับคานส์หรือบรรดาซีเนไฟล์เลยแม้แต่น้อย เขาเป็นหัวหอกคนสำคัญของขบวนการ Australian New Wave ร่วมกับ จอร์จ มิลเลอร์ (ที่หนังของเขาจะได้เป็นหนังเปิดเทศกาลด้วย) และ จิลเลียน อาร์มสตรอง

นอกจาก The Truman Show หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับผลงานของเขาอย่าง Dead Poets Society (1989) ที่ประสบความสำเร็จทั้งในแง่คำวิจารณ์และรายได้ แต่ชื่อชั้นของเวียร์เป็นที่กล่าวขานก่อนที่เขาจะหันเหไปทำหนังฮอลลีวู้ด The Year of Living Dangerously (1983) เคยเข้าฉายในสายประกวดหลักของคานส์ ถึงแม้จะไม่ได้รางวัลอะไร แต่เพราะปีนั้นเป็นปีที่สายประกวดแข็งมาก ๆ มีทั้งหนังของโชเฮย์ อิมามูระ, นางิสะ โอชิมะ, มาร์ติน สกอร์เซซี, โรแบรต์ เบรสซง รวมถึง อังเดร ทาร์คอฟสกี กระทั่งหนังอย่าง Witness (1985) ที่ได้แฮร์ริสัน ฟอร์ด ก็เคยเข้าฉายนอกสายประกวดของคานส์เช่นกัน แต่ผลงานของปีเตอร์ เวียร์ ที่นับได้ว่าเป็นมาสเตอร์พีซ และยังถูกหยิบมาสำรวจตรวจสอบใหม่เสมอ กระทั่งส่งอิทธิพลมาจนถึงผลงานของคนทำหนังรุ่นหลังอย่างโซเฟีย คอปโปลา โดยเฉพาะใน The Virgin Suicides (1999) และ Marie Antoinette (2006) คือ Picnic at Hanging Rock (1975) หนังพีเรียดย้อนยุคที่ฉายภาพให้เห็นถึงความน่าสะพรึงกลัวของธรรมชาติและความอ่อนเปลี้ยเพลียแรงของมนุษย์ ผ่านเรื่องราวของกลุ่มนักเรียนโรงเรียนหญิงล้วนที่ออกไปพักผ่อนปิกนิกกลางป่าเขา ก่อนที่เรื่องราวปริศนาจะเกิดขึ้นอย่างน่าตกตะลึง

แต่ในผลงานลือลั่นของเวียร์ทั้งหลายทั้งมวล เหตุใดโปสเตอร์ประจำเทศกาลของคานส์ในปีนี้จะต้องเป็น The Truman Show เท่านั้น ไม่ใช่ Dead Poets Society หรือ Picnic at Hanging Rock ขอเท้าความไปถึงว่า หลายปีมานี้ วงการภาพยนตร์อิสระทั่วโลก ซึ่งครอบคลุมไปถึงหนังนอกกระแส หรือหนังศิลปะ แล้วแต่จะเรียกนั้นกำลังประสบกับความยากลำบากอย่างมาก จากการถูกแย่งชิงพื้นที่ฉายภาพยนตร์โดยหนังกระแสหลัก และการรุกคืบของสตรีมมิง ซ้ำยังถูกกระหน่ำซ้ำเดิมด้วยวิกฤติการณ์โควิด-19 ส่งผลให้เกิดความกังวลแผ่ขยายไปทั่วว่า ‘ภาพยนตร์กำลังจะตาย’ นั่นทำให้คำกล่าวของเจ้ย-อภิชาติพงศ์ ในเทศกาลเมื่อปีที่ผ่านมาว่า ‘Long Live Cinema’ จนเรียกเสียบปรบมือจากคนในคานส์อย่างกึกก้องนั้นจึงไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะว่ามันเป็นคำพูดที่ชวนให้ซาบซึ้งน้ำตาไหล แต่เป็นเพราะมันมีความหมายอย่างมากต่อคนในคานส์ โดยเฉพาะในวันที่คานส์ต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัว กระทั่งประนีประนอม เพื่อให้ภาพยนตร์ในฐานะศิลปะสามารถมีชีวิตต่อไปได้แม้กระทั่งในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย

และถึงแม้คานส์จะเป็นเสาหลักสำคัญของแวดวงหนังศิลปะ เป็นเทศกาลที่คนทำหนังทั่วโลกต่างใฝ่ฝันที่จะนำผลงานของตนมาฉาย แต่คานส์เองก็ไม่ต่างกับเทศกาลหนังอื่น ๆ ที่จำเป็นต้องได้รับการหล่อเลี้ยงด้วยเม็ดเงินจำนวนมาก สตูดิโอซึ่งเป็นผู้สนับสนุนสำคัญของคานส์ในปีนี้ก็คือ Paramount ซึ่งจะนำ Top Gun Marverick ที่แสดงนำโดยทอม ครูซ มาฉายเปิดตัวนอกสายประกวดนั่นเอง นอกจากนี้ Paramount ยังเป็นสตูดิโอที่ผลิตและจัดจำหน่าย The Truman Show ซึ่งแรกเริ่มเดิมทีทางสตูดิโอได้วางตัวไบรอัน เดอ พัลมา เป็นผู้กำกับ ก่อนที่เขาจะถอนตัวจากโปรเจ็กต์ จนสตูดิโอไปลงเอยกับปีเตอร์ เวียร์ ในที่สุด

The Truman Show ของปีเตอร์ เวียร์ เป็นทั้งหนังที่น่ากลัวและชวนให้สลดหดหู่ในคราวเดียวกัน หนังไม่เพียงตั้งคำถามถึงเสรีภาพและความเป็นส่วนตัวที่ถูกละเมิดจากการสอดส่อง(โดยทุน)ในรูปแบบของความบันเทิง แต่ชวนให้ขบคิดไปถึงความหมายของการมีชีวิตและเจตจำนงเสรี ในโลกแห่งความเป็นจริงที่ทุกสิ่งทุกอย่างไม่เว้นแม้แต่จิตวิญญาณสามารถซื้อขายถ่ายทอดได้ด้วยเงิน ฉากของหนังที่ถูกนำมาใช้เป็นโปสเตอร์ เกิดขึ้นในช่วงไคลแม็กซ์ของเรื่อง หลังจากที่ทรูแมนหลบหนีออกจากกองถ่าย เขาค้นพบว่าแท้จริงแล้วท้องฟ้าสีครามที่ห้อมล้อมเขาอยู่นั้นเป็นเพียงกำแพงที่ถูกทาสีขึ้นอย่างประโลมโลก เขาเดินขึ้นไปบนบันไดอย่างเชื่องช้า ก่อนจะเอื้อมมือออกไปสัมผัสกับประตูทางออก ในโปสเตอร์ของคานส์ ประตูดังกล่าวถูกแทนที่ด้วยเลข 75 ซึ่งเป็นตัวเลขกำหนดครบรอบอายุของเทศกาลนั่นเอง ในอีกความหมายหนึ่ง คานส์ในขวบปีที่ 75 จึงเปรียบได้กับประตูที่จะพาคนดูหลบหนีไปจากโลกแห่งความเป็นจริงอันลวงหลอก ออกไปสู่โลกจินตนาการหลอกลวง ที่เราต่างอยากให้มันเป็นความจริง


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s